อเมซอนเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวสำหรับนักผจนภัยตัวยง โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในธรรมชาติอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าอเมซอนจะเป็นสถานที่สวยงาม ภายใต้ความสวยงามนั้นเต็มไปด้วยอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสัตว์หลากหลายชนิดที่มีความเป็นนักล่า แต่ต้องยอมรับว่าพวกมันมีความน่าทึ่งอย่างมาก เมื่อได้รู้ว่ามันใช้ชีวิตอย่างไร วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับสัตว์ชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าอเมซอน พวกมันมีทั้งอันตราย และความน่าหลงไหลในเวลาเดียวกัน

งูเขียวอนาคอนด้า

งูอนาคอนด้ามีขนาดลำตัวยาวมากถึง 9 เมตร น้ำหนักมากกว่า 500 ปอนด์ หรือประมาณ 227 กิโลกรัม ถือว่าเป็นงูสายพันธุ์ที่ขนาดใหญ่สุดบนโลก มีถิ่นอาศัยอยู่แม่น้ำอเมซอน พวกมันซุ่มดักรอเหยื่ออย่างเงียบๆ เพราะขนาดตัวที่ใหญ่ของมันทำให้เคลื่อนที่ไปไหนได้ลำบากบนพื้นดิน แต่เมื่องูอนาคอนดาอยู่ในน้ำจะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย งูอนาคอนดามีความคล่องตัวสูงเมื่อในน้ำ เมื่อมันเจอเหยื่อสามารถรัดเหยื่อขนาดใหญ่จนแหลกได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นเสือจากัวร์ หรือแม้แต่มนุษย์

แบล็ค เคแมน

แบล็ค เคแมน เป็นชื่อของจระเข้สายพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดลำตัวใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นสัตว์นักล่าอันดับต้นๆ ในอเมซอนที่มีความน่ากลัวที่สุด จระเข้สายพันธุ์นี้มีความยากมากถึง 6 เมตร แบล็ค เคแมน สามารถกินสัตว์ต่างๆ ในอเมซอนได้เกือบทุกชนิด โดยเฉพาะพวกลิง สุนัข หรือแม้แต่งูอนาคอนด้า บางครั้งพวกมันก็อาจกินกันเองอีกด้วย

ปลาไหลไฟฟ้า

ปลาไหลไฟฟ้าเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่อันตราย พวกมันสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่มากกว่าปลั๊กไฟบ้านทั่วไปถึง 5 เท่า ถ้าให้พูดกันจริงๆ พวกมันไม่ใช่ปลาไหล ด้วยอวัยวะพิเศษ 3 ชิ้นที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประจุไฟฟ้า ส่วนใหญ่มันใช้เพื่อช็อตให้เหยื่อมึนงง ก่อนที่มันจะกินเหยื่อเข้ามันเข้าไปทั้งตัว แต่เมื่อพวกมันถูกคุกคาม ปลาไหลไฟฟ้าสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าจำนวนมาก และคงไว้อย่างนั้นได้นานกว่านาที คุณอาจจะตกใจว่ามนุษย์เรานั้นได้พบเจอและถูกมันช็อตบ่อยๆ เนื่องจากไปเหยียบมันเข้า

ปลาปิรันย่า

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของมันมาแล้วว่าปิรันย่านั้น เป็นปลากินเนื้อที่สามารถกัดกินเหยื่อจนเหลือแต่กระดูกเพียงชั่วอึดใจ แต่ขอแก้ตรงนี้ก่อนเลยว่าพวกมันเป็นนักกินของเหลือมากกว่า ดังนั้นอาหารของพวกมันจึงเป็นสัตว์ที่ตายแล้ว หรือกำลังจะตายเพราะไม่มีแรงหลบหนีฝูงปลานักล่าเหล่านี้ นอกจากนี้พวกมันยังกินแมลงและพืชบางชนิด บ่อยครั้งที่พวกมันกลายเป็นผู้ถูกล่า ดังนั้นจึงมักอาศัยอยู่กันเป็นฝูงเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน